วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
โครงการ E-learning ระบบฐานข้อมูล
วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
CheckedListBox
การใช้งานคอนโทรล CheckedlistBox
คอนโทรล CheckedlistBox เป็นคอนโทรลที่ทำหน้าที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ เช่นเดียวกับคอนโทรล OptionButton และ CheckBox ต่างกันตรงที่รูปแบบ การนำเสนอให้กับผู้ใช้ ในการใช้งานแบบปกติวิธีการเรียกใช้ CheckedlistBox
1. ถ้าคุณต้องการใช้งานคอนโทรล CheckedlistBox ให้คลิ๊กเลือก CheckedlistBox บน Tool Box มีลักษณะดังรูป


2. เปลี่ยนคุณสมบัติต่างๆ ดังที่ต้องการ
Text
คุรณสมบัตินี้มีหน้าที่สำหรับคืนค่า หรือกำหนดข้อความให้กับคอนโทรล ListBox ซึ่งข้อความที่คุณสมบัตินี้เก็บอยู่ หมายถึง รายการที่ผู้ใช้เลือกนั่นเอง
Fontคุณสมบัตินี้มีหน้าที่สำหรับกำหนดรูปแบบของฟอนต์ ลักษณะของฟอนต์ และขนาดของฟอนต์ มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
List1.Font.Name [=fontname]
List1.Font.Size [=points]
List1.Font.Bold [=boolean]
List1.Font.Italic [=boolean]
List1.Font.Strikethru [=boolean]
List1.Font.Underline [=boolean]
BackColor และ ForeColor
คุณสมบัติ BackColor มีหน้าที่สำหรับ กำหนดสีพื้นหลัง (Background) ของตัวคอนโทรล และ คุณสมบัติ ForeColor มีหน้าที่สำหรับ กำหนดสีของข้อความ ที่ปรากฎอยู่ในคอนโทรล ListBox มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
List1.BackColor [= color]
List1.ForeColor [= color]
SelLength, SelStart และ SelText
คุณสมบัติ SelLength มีหน้าที่สำหรับคืนค่า หรือกำหนดจำนวนตัวอักษรที่คุณต้องการเลือก คุณสมบัติ SelStart มีหน้าที่สำหรับคืนค่า หรือกำหนดตัวอักษรที่เป็นตัวแรก ที่คุณต้องการเลือก ส่วนคุณสมบัติ SelText มีหน้าที่สำหรับรายงานข้อความที่ได้ถูกเลือกเอาไว้ โดยที่คุณจะต้องกำหนดให้คุณสมบัติ Style=0 หรือ 1 เท่านั้น คุณสมบัติทั้ง 3 ตัวมีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.SelLength [= number]
Combo1.SelStart [= index]
Combo1.SelText [= value]
MousePointer
คุณสมบัตินี้มีหน้าที่สำหรับ กำหนดรูปแบบของเมาส์ มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.MousePointer [= value]
TopIndex
คุณสมบัตินี้มีหน้าที่สำหรับคืนค่า หรือกำหนดให้ รายการที่อยู่ในคอนโทรล ComboBox ที่มีค่า Index เท่ากับคุณสมบัตินี้ แสดงเป็นรายการแถวบนสุด ในขณะรัน ไม่ใช่การสลับตำแหน่งกัน ลำดับต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในคอนโทรลยังคงเดิม เพียงแต่เป็นการกำหนดคอนโทรล ComboBox แสดงรายการอื่นๆ ที่ไม่ใช่รายการแรก ปรากฎขึ้นมาในตัวคอนโทรล มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.TopIndex [= value]
Visible
คุณสมบัตินี้มีหน้าที่สำหรับคืนค่า หรือกำหนดให้คอนโทรล ComboBox สามารถมองเห็นได้หรือไม่ มีประโยชน์ในกรณีที่ ในบางครั้งคุณต้องการซ่อนตัวคอนโทรลไม่ให้ผู้ใช้เห็น แต่ตัวคอนโทรลยังคงอยู่ในหน่วยความจำ มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.Visible [=boolean]
Move
เมธอดนี้มีหน้าที่สำหรับกำหนดให้คอนโทรล ComboBox เคลื่อนย้ายตำแหน่ง หรือปรับขนาดของคอนโทรล โดยหน่วยวัดที่ใช้ จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ScaleMode ปกติแล้วจะมีหน่วยเป็น Twip มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.Move left[,top,width,height]
SetFocus
เมธอดนี้มีหน้าที่สำหรับกำหนดให้คอนโทรลที่ใช้คุณสมบัตินี้ได้รับโฟกัส (focus) หรือได้รับความสนใจทันที อาจกล่าวได้ว่า เป็นการบังคับให้คอนโทรล ได้รับความสนใจนั่นเอง มีผลให้อ๊อบเจ็กต์ หรือคอนโทรลอื่นๆ สูญเสียโฟกัสทันที มักใช้ในกรณีที่ คุณต้องการบังคับให้เกิดการกระทำ หรือประมวลผลต่อคอนโทรลที่คุณต้องการทันที มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Combo1.SetFocus
Enabled
คุณสมบัตินี้มีหน้าที่คืนค่า หรือกำหนดให้คอนโทรล ScrollBar สามารถตอบรับ หรือตอบสนองเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดจากผู้ใช้ หรือเกิดจากการประมวลผลได้หรือไม่ มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
vsb1.Enabled [=boolean]
Properties
(Name) = Form1
Text = Form1
ForeColor = Controltext
Font = Font , FontStyle: , Size:
Backcolor = Control
SizeGripstyle = Auto
AutoScaleMode = None
AutoScroll = False
Cursor = Default
FormBorderStyte = Sizable
ตัวอย่างการใช้งาน
using System;
using System.Collections.Generic;
using System.ComponentModel;
using System.Data;
using System.Drawing;
using System.Linq;
using System.Text;
using System.Windows.Forms;
namespace WindowsFormsApplication3
{
public partial class Form1 : Form
{
public Form1()
{
InitializeComponent();
}
private void button1_Click(object sender, EventArgs e)
{
}
private void checkedListBox1_SelectedIndexChanged(object sender, EventArgs e)
{
label1.Text = checkedListBox1.SelectedItem.ToString();
}
}
}
การเขียนโปรแกรม C# GUI
{
public partial class Form1 : Form
{
public Form1()
... {
InitializeComponent();
}
private void radioButton1_CheckedChanged(object sender, EventArgs e)
{
}
private void radioButton1_Click(object sender, EventArgs e)
{
MessageBox.Show("คุณเลือกเพศชาย");
}
private void radioButton2_Click(object sender, EventArgs e)
{
MessageBox.Show("คุณเลือกเพศหญิง");
}
private void Form1_Load(object sender, EventArgs e)
{
radioButton1.Checked = false;
radioButton2.Checked = false;
}
private void checkBox1_CheckedChanged(object sender, EventArgs e)
{
}
private void checkBox2_CheckedChanged(object sender, EventArgs e)
{
showColor();
//panel1.BackColor = Color.Green;
}
private void checkBox3_CheckedChanged(object sender, EventArgs e)
{
showColor();
//panel1.BackColor = Color.Blue;
}
private void checkBox1_Click(object sender, EventArgs e)
{
showColor();
//panel1.BackColor = Color.Red;
}
private void checkBox2_Click(object sender, EventArgs e)
{
showColor();
//panel1.BackColor = Color.Green;
}
private void checkBox3_Click(object sender, EventArgs e)
{
showColor();
//panel1.BackColor = Color.Blue;
}
private void showColor()
{
if((checkBox1.Checked) && (checkBox2.Checked) && (checkBox3.Checked))
{
panel1.BackColor = Color.White;
}
else if ((checkBox1.Checked) && (checkBox2.Checked))
{
panel1.BackColor = Color.Yellow;
}
else if((checkBox1.Checked) && (checkBox3.Checked))
{
panel1.BackColor = Color.Magenta;
}
else if((checkBox2.Checked) && (checkBox3.Checked))
{
panel1.BackColor = Color.Cyan;
}
else if(checkBox1.Checked)
{
panel1.BackColor = Color.Green;
}
else if(checkBox2.Checked)
{
panel1.BackColor = Color.Blue;
}
else if(checkBox3.Checked)
{
panel1.BackColor = Color.Red;
}
}
}
}ดูเพิ่มเติม
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มงคลชีวิต ๓๘ ประการ
๑. การไม่คบคนพาล
๒. การคบบัญฑิต
๓. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา
๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร
๕. เคยทำบุญมาก่อน
๖. การตั้งตนชอบ
๗. ความเป็นพหูสูต
๘. การรอบรู้ในศิลปะ
๙. มีวินัยที่ดี
๑๐.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต
๑๑.การบำรุงบิดามารดา
๑๒.การสงเคราะห์บุตร
๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา
๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง
๑๕.การให้ทาน
๑๖.การประพฤติธรรม
๑๗.การสงเคราะห์ญาติ
๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ
๑๙.ละเว้นจากบาป
๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
๒๒.มีความเคารพ
๒๓.มีความถ่อมตน
๒๔.มีความสันโดษ
๒๕.มีความกตัญญู
๒๖.การฟังธรรมตามกาล
๒๗.มีความอดทน
๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย
๒๙.การได้เห็นสมณะ
๓๐.การสนทนาธรรมตามกาล
๓๑.การบำเพ็ญตบะ
๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์
๓๓.การเห็นอริยสัจ
๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก
๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส
๓๘.มีจิตเกษม
http://mcucity.tripod.com/38virtues.htm#๓.
พหูสูต
ลักษณะของพหูสูต คือ
๑. รู้ลึก หมายถึง รู้เรื่องราวไปหาเหตุในอดีต ลึกซึ้งถึงความเป็นมา เช่น แพทย์เมื่อเห็นอาการก็สามารถรู้ว่าเป็นโรคอะไรรู้ไปถึว่าที่เป็นโรคนี้เพราะเหตุใด หรือช่างเมื่องเห็นอาการเครื่องยนต์ที่เสียก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเครื่องนั้นเสียที่ไหน เป็นเพราะอะไร เป็นต้น
๒. รู้รอบ หมายถึง ช่างสังเกต รู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศดินฟ้าอากาศ ผู้คนในชุมชน ความเป็นไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ผู้คนในชุมชน ความเป็นไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สิ่งที่ควรรู้ต้องรู้
๓. รู้กว้าง หมายถึง สิ่งรอบตัว แต่ละอย่างที่รู้ก็รู้อย่างละเอียดรู้ถึงความเกี่ยวพันของสิ่งนั้นกบสิ่งอื่น ๆ ด้วย คล้ายรู้รอบแต่เก็บรายละเอียดมากขึ้น
๔. รู้ไกล หมายถึง มองการณ์ไกล รู้ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต เช่น เห็นสภาพดินฟ้าอากาศก็รู้ทันทีว่าปีนี้พืชผลชนิดใดจะขาดแคลน เห็นพฤติการณ์ ของผู้ร่วมงานไม่น่าไว้วางใจก็รู้ทันทีว่า เขากำลังจะคิดไม่ซื่อ เห็นตนเองเริ่มย่อหย่อนต่อการปฏิบัติธรรมก็รู้ทันทีว่าถ้าทิ้งไว้เช่นนี้ต่อไปตนก็จะเสื่อมจากกุศลธรรม ฯลฯ
ผู้ที่ประกอบด้วยความรู้ ๔ ประการนี้ ทั้งทางโลกและทางธรรมจึงจะเป็นพหูสูตที่แท้จริง
ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้
๑.คนราคจริต คือ คนขี้โอ่ บ้ายอ เจ้าแง่แสนงอน รักสวยรักงาม พิถีพิถันจนเกินเหตุ มัวแต่งอน มัวแต่แต่งตัวจนไม่มีเวลาท่องบ่น ค้นคว้าหาความรู้ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นนึกถึงความตาย พิจารณาซากศพอสุภะเนือง ๆ
๒.คนโทสจริต คือ คนขี้โมโห ฉุนเฉียว โกรธง่าย ผูกพยาบาทมากมัวแต่คิดโกรธแค้นจนไม่มีเวลาไตร่ตอง พวกนี้แต้โดยให้หมั่นรักษาศีลและแผ่เมตตาเป็นประจำ
๓.คนโมหจริต คือ คนสะเพร่า ขี้ลืม มักง่าย ทำอะไรไม่พยายามเอาดีสักแต่ให้เสร็จ สติไม่มั่นคง ใจกระด้างในการกุศล สงสัยในพระรัตนตรัยว่ามีคุณจริงหรือไม่ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ
๔.คนขี้ขลาด คือ พวกขาดความเชื้อมั่นในตนเอง ไม่กล้าลงมือทำอะไร กลัวถูกติ คอยแต่จะเป็นผู้ตาม ไม่มีความคิดริเริ่ม พวกนี้แก้โดยให้คบกับคนมาตรฐาน คือ คบบัณฑิต จะอ่าน จะทำอะไรก็ให้จับให้ทำแต่สิ่งที่เป็นมาตรฐานไม่สักแต่ว่าทำ
๕.คนหนักในอามิส คือ พวกบ้าสมบัติ ตีค่าทรัพย์ว่ามากกว่าความรู้ทำให้ไม่ขวนขวายในการแสวงหาปัญญาเท่าที่ควร
๖.คนจับจด คือ พวกทำอะไรเหยาะแหยะไม่เอาจริง
๗.นักเลงสุรา คือพวกขี้เมา ขาดสติ หมดหนทางที่จะเรียนรู้
๘.คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก คือ พวกชอบเอิกเกริกสนุกเฮฮาจนเกินเหตุ ไม่มีความรับผิดชอบ
วิธีฝึกตนเองให้เป็นพหูสูต
๑. ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควร
๒. ตั้งใจเรียนวิชาที่ตนเลือกอย่างเต็มความสามารถ
๓. มีความกระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
๔. เมื่อเรียนแล้วก็จำไว้เป็นอย่างดี พร้อมจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ได้ทันที
http://www1.freehostingguru.com/thaigenx/mongkhol/mk07.htm
ตัวอย่างการเป็นทุกข์และไม่เป็นทุกข์
ทุกข์คือ เป็นคนที่แพ้ (การแข่งขันกีฬา)
อยากได้ลาภ?
ทุกข์คือ เสียตังค์ หมดทรัพย์
อยยากได้เกรด4?
ทุกข์คือ ไม่ได้เกรด 4ได้เกรด 1,2,3, ติด 0
นิทานชาดก เรื่อง...ลิงเจ้าปัญญา
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ทรงปรารภพระเทวทัต ผู้พยายามปลงพระชนม์พระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาลิงมีรูปร่างใหญ่โตสวยงาม มีพละกำลังเท่าช้าง อาศัยอยู่ที่ราวป่า คุ้งแม่น้ำแห่งหนึ่ง ในแม่น้ำนั้นมีจระเข้สองผัวเมียอาศัยอยู่ วันหนึ่ง จระเข้ตัวเมียเห็นร่างกายของพญาลิงแล้วเกิดแพ้ท้องอยากกินหัวใจลิงตัวนั้น
“พี่ช่วยนำมันมาให้น้องหน่อยนะจ๊ะ”
สามีพูดว่า “น้องจ๋าเราเป็นสัตว์ในน้ำ ลิงเป็นสัตว์บนบก พี่จะจับลิงได้อย่างไรละจ๊ะ”
เมียพูดด้วยความน้อยในว่า “พี่ต้องหาวิธีจับมันมาให้ได้ มิเช่นนั้นน้องขอตายดีกว่า”
สามีจึงพูดปลอบใจว่า “น้องจ๋า อย่างเพิ่งตายเลยจ๊ะ พี่จะไปจับมันมาเดี๋ยวนี้ละจ๊ะ”
ว่าแล้วก็ไปหาพญาลิงที่กำลังลงมาดื่มน้ำที่ฝั่งพอดี ร้องถามขึ้นว่า “ท่านลิง ท่านกินแต่กล้วยที่ฝั่งนี้ไม่เบื่อรึไง ไม่คิดอยากจะข้ามไปกินผลไม้ฝั่งโน้นบ้างหรือ”
ลิงตอบว่า “ท่านจระเข้ แม่น้ำนี้กว้างใหญ่ไพศาล เราจะข้ามไปได้อย่างไร”
จระเข้ ได้ทีจึงเสนอตัวว่า “ถ้าท่านจะไปจริง ๆ ก็ขึ้นบนหลังของเราไปก็ได้ เราอาสาจะไปส่ง”
ลิงเชื่อคำพูดของมันจึงได้กระโดดขึ้นบนหลังจระเข้ไป
จระเข้พอพาลิงไปถึงกลางแม่น้ำก็มุดลงดำน้ำ ลิงร้องถามว่า “ท่านแกล้งเรา จะให้เราจมน้ำตายรึไง”
จระเข้ตอบว่า “เรามิได้คิดอาสาจะพาท่านไปฝั่งโน้นจริง ๆ หรอก เมียเราแพ้ท้องอยากกินหัวใจท่าน เราจะพาท่านไปให้เมียเรากินต่างหาก”
ลิงพูดขึ้นด้วยเล่ห์ว่า “เพื่อนเอ๋ย ท่านบอกมาก็ดีแล้ว หากหัวใจอยู่ในท้องเราเมื่อกระโดดไปมาบนต้นไม้ หัวใจเราก็แหลกหมดนะสิ หัวใจไม่ได้อยู่กับเรา”
จระเข้หลงกลถามไปว่า “แล้วท่านเอาหัวใจไปไว้ที่ไหนละ”
ลิงจึงชี้ไปที่ต้นมะเดื่อต้นหนึ่งที่ไม่ไกลนักมีผลสุกเป็นพวงอยู่ พร้อมกับพูดว่า “นั่นไง หัวใจของเราแขวนอยู่ที่ต้นมะเดื่อนั่นไง”
จระเข้พูดว่า “หากท่านให้หัวใจแก่เรา เราจะไม่ฆ่าท่าน”
ลิงพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านพาเราไปที่นั้นสิ เราจะให้หัวใจแก่ท่าน”
จระเข้จึงพาลิงไปส่งที่ต้นมะเดื่อนั้น ลิงกระโดดขึ้นต้นมะเดื่อไปแล้ว พร้อมกับพูดว่า
“เจ้าจระเข้หน้าโง่ หัวใจสัตว์ตัวไหนจะอยู่บนยอดไม้ เจ้าใหญ่แต่ตัวเสียเปล่า หามีปัญญาไม่” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า
“เราไม่ต้องการด้วยผลมะม่วง ผลหว้า และผลขนุนที่ท่านเห็นฝั่งสมุทรโน้น ผลมะเดื่อของเราต้นนี้ดีกว่าร่างกายของท่านใหญ่โตเสียเปล่าแต่ปัญญาไม่สมกับ ร่างกายเลย จระเข้..ถูกเราลวงแล้วนัดนี้เจ้าจงไปตามสบายเถิด”
จระเข้พอทราบว่าหลงกลลิงแล้วก็เป็นทุกข์เสียใจซึมเซาเหมือนกับเสียพนัน มุดกลับยังถิ่นที่อยู่ของตนตามเดิม
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด รู้จักใช้ปัญญาเอาชีวิตรอดมาได้เป็นยอดดี
http://นิทานชาดก.whitemedia.org/